โดย คุณเจตน์เมริน เจตน์ระวีโชติ VP, iMKT at Ayudhya Allianz C.P.Life …11 ตุลาคม 2556

- การดูทีวียังเยอะ แต่จะไม่โต
- ส่วนที่โตเพิ่มขึ้นคือ Cable TV, Outdoor Daily (โดยเฉพาะ Instore ส่วน Outstore จะโตในปีหน้า)
- Internet จะมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

- Social Touch Point ต้องคิดว่าในกลุ่มเป้าหมายของเราใช้ Social ประเภทไหนบ้าง ใช้เวลาไหนบ้าง ใช้จากที่ไหนบ้าง จากอุปกรณ์แบบไหน เชื่อมต่อด้วยสัญญาณอย่างไรบ้าง
- Social Footprint ดูร่องรอย (รอยเท้า) ของลูกค้า ว่า Search แล้วไปไหนต่อ ในการที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์จะมีค่าเฉลี่่ยอยู่ที่ 7 Touch Point สูงสุดคือสินค้าประเภท “รถยนต์” 11 Touch Point (เพราะราคาแพง) รองลงมาคือ ศัลยกรรม 8-9 Touch Point (เพราะเกี่ยวกับหน้าตา ความงาม) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ Digital Research Agency จะมีให้เรา , ต้องหา Targeted Website ในหลายทางเลือกเพื่อการวาง Ad. ของเรา

- แต่ละช่วงเวลาของวัน คนส่วนใหญ่เสพเนื้อหาจากอุปกรณ์ประเภทไหน?
- คนจะเข้าเว็บไซต์ผ่านมือถือเยอะขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 40%
- คนอยู่บ้านจะ access เข้า Smartphone, Tablet มากขึ้น

- คนไทยและเวียดนามใช้เวลาในโลกออนไลน์มากที่สุด

- คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตในเรื่องมัลติมีเดียมากที่สุด โดยเฉพาะ Youtube เดี๋ยวนี้รายการต่าง ๆ เช่น ฮอร์โมนฯ ไม่ใช่แค่ออกอากาศทางทีวี แต่ยังสามารถชมได้ผ่าน Youtube การชมทีวีก็ไม่ต้องชมผ่านทีวี มาชมย้อนหลังได้ทุกตอน เรทติ้งทีวีเริ่มตก เค้ายังดูคอนเท้นส์อยู่แต่เลือกดูทีวีในอุปกรณ์อื่นแทนทีวี

- สัดส่วนการใช้อุปกรณ์พกพา สูงขึ้นเรื่อย ๆ

- ช่วงอายุต่ำกว่า 35 ปี เป็นกลุ่มวัยที่ใช้อินเตอร์เน็ตมากสุด
- คนไทยยังนำในเรื่องการ Search เฉลี่ย 143 คำ

- Pre-roll เป็น TVC. ที่ขึ้นก่อนคลิป บางทีเรียก instream Ad. ซื้อเพื่อชดเชย Reach ที่ drop ไปจาก TVC เป็นสิ่งจำเป็น / ควรทำให้สั้น กระชับ นำเสนอโดน เพื่อไม่ให้ annoy
- Viral Video เกิดหรือตาย ดูได้ภายใน 3 วัน

- ความนิยมในการใช้ social network แต่ละตัวในแต่ละช่วงเวลา
- Instagram สูงในตอนเย็น ๆ เพราะคนถ่ายรูปตอนมื้ออาหารเย็น

Consumer Journey
- เวลาจะ Launch สินค้าสักตัว PR อย่าทำแต่แถลงข่าว เพราะ consumer ไม่ได้อ่านข่าวในสื่อเก่า
- [Evaluation] Webinar, Live Broadcast เวลาทำถ่ายทอดสดการแถลงข่าวทางอินเตอร์เน็ต ควรให้เป็นงาน Launch for consumer ไม่ใช่ Launch for Press , ก่อนซื้อก็จะมีการแถลงข่าว , ค้นหา ดูคอมเม้นท์ทาง social , blog
- Media มี Paid = มีเดียที่เราซื้อ , Own = สื่อของเราเอง ทำเอง, Earn = มีคนทำให้เรา (เรา control ไม่ได้)
- [Listen] มีคนพูดถึงเราแค่ไหน อย่างไร
- [Know] รู้ว่า touch point ของกลุ่มเป้าหมายเราอยู่ที่ไหนบ้าง
- [Create] Community Management การถามตอบ อย่าละเลยคำถามลูกค้า ถ้าทำได้ดี social จะกลายเป็น Online call center ที่มีประสิทธิภาพ ถ้าตัวนี้ fail จะส่งผลให้ Social Experience fail ไปด้วย
- Social Experience จะวัดจาก Engagement Level ส่วน People Talk about (ใน FB) จะวัดเรื่อง Content Activation
- [Drive] สิ่งที่สร้างมาจะส่งผลไปยัง
- Digital Touch Points เป็นตัวสำคัญที่สุด
- Audiences กับ Brand จะอยู่ตรงข้ามกัน
- Brand จะส่ง Content โดยใช้ influencers ทำงานให้เรา ช่วยเรา ซึ่ง Influencer จะเป็นเทรนด์ในปีหน้าแรงขึ้น แบ่งเป็น 3 Tiers ได้แก่

- คนดังในสื่อดั้งเดิม เช่น พวกดารา เซเลป , คนตามชีวิตของดารา, ราคาแพงเพราะ follower สูง, Social ที่ใช้คือ IG เพราะคนตามอยากดูรูปดาราสวยๆ

- เช่น ปลื้ม, แม่บ้านมีหนวด
- ราคาย่อมเยา ไม่ต้องหน้าตาดี แต่มีความโดดเด่นเฉพาะด้าน โด่งดังใน Digital Media
- Social ที่ใช้คือ Youtube , FB เพราะเค้ามีคอนเท้นส์ดี ๆ เยอะ ไม่เน้นสวย

- ในแต่ละ industry มีคนเหล่านี้ กลุ่มนี้จะดังมากในปีหน้า แต่ก็ดับไว คนติดตามด้วยทักษะ ความสามารถ ประสบการณ์ของเค้า
- คนใช้มากกว่า 1 Screen (Multi-Screen) มี 2 แบบ
1. Sequential Usage ค้นหา หรือดูจาก screen หนึ่ง แล้วมาดูต่อใน screen อื่น ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน เช่น ค้นหาข้อมูลหรือคลิปในมือถือ แต่มาดูต่อในคอมฯ ภายหลัง
2. Simultaneous Usage ในเวลาเดียวกัน ใช้มากกว่า 1 screen ซึ่งแบ่งปัน Multi-tasking คือ ใช้ในคนละเรื่องกัน ไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกัน (ดูละคร พอโฆษณาก็สลับมาเล่นอย่างอื่น) และ Complementary Usage ใช้ในเรื่องหรือเนื้อหาเดียวกัน



สัดส่วนของการใช้ device ของ consumer ในการซื้อสิ้นค้า

